Intro.... Begin
ลมหายใจเย็นเยียบและเงียบงัน
น้ำตาแห่งความโศกเศร้าวาววับด้วยความปวดร้าว
เสียงเข็มนาฬิการาวกับท่วงทำนอง
ฟันเฟืองแห่งการเวลาหมุนเวียนวน
วันเวลาผ่านพ้นไปไม่อาจหวนคืน
กี่หมื่นพันวันพรุ่งนี้จะพ้นผ่าน
ทุกวันวานคร่ำครวญอย่างรอคอย
เสี้ยวจันทราสาดแสงสีขาวเพียงน้อยนิดอยู่เหนือท้องฟ้ายามค่ำคืน ดั่งเวลาแห่งราตรีกาลที่เงียบสงัด
แม้จะมีแสงไฟในเมืองระยิบระยับแค่ไหนหรือส่องสว่างเพียงไรก็ตาม แต่ใต้เงาจันทร์ที่มืดมิด
มุมที่ถูกแสงจันทร์ลำเอียงในค่ำคืนนี้ก็ดูเหมือนมีใครบางคนแฝงกายอยู่บนดาดฟ้าของตึกสูงเพื่อมองเมืองยามค่ำคืน
ไม่นานนักเมฆสีดำก็ค่อยๆกลืนกินท้องฟ้าก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นเม็ดฝนโปรยปรายยามเที่ยงคืน
ชายคนนั้นค่อยๆเดินลงบันไดเพื่อไปที่ลานจอดรถชั้นล่างสุด บันไดวนที่เหมือนหาจุดจบไม่ได้และมีเพียงแสงไฟสลัวๆ
เพียงดวงเดียวเท่านั้นทำให้การเดินลำบากยิ่งขึ้น แต่ความเงียบทำให้ได้ยินทุกเสียง ไม่ว่าจะเป็นเสียงเข็มนาฬิกาข้อมือที่
เดินอยู่ตอนนี้ เสียงลมหายที่เป็นจังหวะของเขาเองและเสียงฝีเท้าของใครบางคนที่ตามเขาอยู่ในขณะนี้
ชายคนนั้นยังคงทำเหมือนไม่รู้อะไร จนกระทั่งถึงลานจอดรถชั้นล่าง เขาพยายามเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นอีก
เพื่อไปให้ถึงรถไวที่สุดเท่าที่จะทำได้แต่นั่นอาจสายเกินไป เพราะตอนนี้เขาถูกล้อมไว้ด้วยชายชุดดำคุมหมวกปิดบังหน้า
ทางเดียวที่จะหนีออกจากวงล้อมนี้คือ "สู้" เขากระโดดจับท่อเหล็กที่อยู่เหนือหัว
เหวี่ยงตัวถีบชายชุดดำสองคนหงายหลังก่อนจะฝ่าวงล้อมไปที่รถ แต่สิ่งที่อยู่เบื้องหน้าช่างสิ้นหวัง
ยางรถถูกถอดออกหมด4ล้อ เขารีบวิ่งออกจากที่นั่นทันที ท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาอย่างหนักยามดึก ไม่มีรถ ไม่มีผู้คน
ตอนนี้เสื้อผ้า เส้นผมและร่างกายที่เปียกปอน กำลังเริ่มอ่อนแรงจากการวิ่ง ความหนาว ความเงียบ และความมืด
ทุกสิ่งกำลังนำพามาซึ่ง...ความสิ้นหวัง....พวกชายชุดดำตามเขามาทัน นี่คงเป็นเรี่ยวแรงแห่งการดิ้นรนครั้งสุดท้าย
เขาพยายามต่อสู้แต่อีกฝ่ายมีมากเกินไป เขาตัดสินใจวิ่งอีกครั้งเขาวิ่งเข้าไปในตรอกแห่งหนึ่งหวังว่าปลายทางจะมีทางออก
แต่นั่นคงเป็นการตัดสินใจที่ผิด เขาได้พาตัวเองมาถึงทางตัน ไม่มีทางให้หนีอีกต่อไปแล้วเขากำลังจนมุมอย่างไม่มีทางเลือก
ชายชุดดำคนหนึ่งดูท่าทางเหมือนเป็นหัวหน้าเดินตรงเข้ามาที่เขา ชายคนนั้นขว้างบุหรี่ลงเหยียบขยี้ก่อนพ่นควันใส่หน้าของเขา
ความสูงในระดับที่เท่ากัน เพราะไม่มีแสงไฟทำให้เห็นหน้าภายใต้หมวกได้ไม่ชัดนัก
ขณะที่พยายามมองอยู่นั้น ชายชุดดำหยิบปืนออกมาและใช้มันกระแทกศรีษะเขาอย่างแรงจนล้มไป
ตาค่อยๆพล่าเลือน ภาพสุดท้ายที่เขาเห็นก่อนสติจะค่อยๆเลือนลางไปคือดวงตาสีแดงเลือดท่ามกลางความมืด
จากนั้นได้ยินเสียงฝีเท้าวิ่งห่างออกไป ไม่รู้ด้วยเหตุผลอะไร ร่างที่ไร้สติถูกทิ้งไว้ในตรอกแห่งนี้
ฝนที่ตกพรำๆไม่ ขาดสาย อากาศที่เริ่มเย็นจนเข้าไปถึงกระดูก
ไอฝนจางๆที่ลอยขึ้นมาจากพื้นที่เปียกชื้น กลิ่นอับลอยคละคลุ้งไปทั่ว เหมือนความตายอยู่ใกล้แค่เอื้อม
...กลิ่นไอเลือดจากบาดแผลหลั่งไหล...
...กลิ่นความตายคละคลุ้งอยู่ใกล้ๆ....
....นี่เป็นสิ่งที่ไม่อาจหลีกหนีได้...
....แต่ผมอยากลืมตาได้อีกครั้งหนึ่ง.....
edit @ 4 Jun 2009 10:37:33 by ..고양이:Ko Yang I...^-^